รีดฝีแข้งเมนฟิส เดอปาย

ตอนเบรกกลุ่มชาตินับว่าเป็นเวลาไม่พึงปรารถนาเอาซะเลยสำหรับทุกๆสมาพันธ์ ตลอดจนบรรดาแฟนบอล

ผลงานขาดตอนทำอารมณ์ค้างไม่พอ ยังจะต้องมาลุ้นตัวโก่งไม่ให้นักเตะคนสำคัญบอบช้ำบาดเจ็บกลับมาอีกต่างหาก

ในรั้วแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด จัดว่ามีเรื่องมีราวดี-ห่วยแตกผสมปนเปกันไปในโปรแกรมฟีฟ่า เดย์ ต.ค.

เจสซี่ ลินการ์ด เปิดฉากประดับธงกลุ่มชาติอังกฤษเป็นตัวจริงด้วยผลงานเข้าตาได้รับคำยกยอจากสื่อหลายเจ้า, มาร์คัส แรชฟอร์ด ลงสำรองโชว์ฝีเท้าดีเลิศตามเกณฑ์

ส่วนกัปตัน เวย์น รูนี่ย์ เล่นห่วยแตกโดนโห่นั้นเกิดเรื่องที่เพียงพอคาดคะเนล่วงหน้าได้ (ฮ่า)

อันเดร์ เอร์เรร่า ได้รางวัลทดแทนฟอร์มแจ่มติดโผกลุ่มชาติประเทศสเปนชุดใหญ่ทีแรกในอาชีพ

ปอล ป๊อกบา เป็นคีย์แมนแดนกลางฝรั่งเศสในแมตช์น่าประทับใจ รัวแซงบัลแกเรีย 4-1

กองทัพยี่ห้อไก่ของเจ้าป๊อกยังมีคิวดวลฮอลแลนด์ในเกมเดิมพันสำคัญของกลุ่ม เอ–ผลที่ได้รับจากการแข่งขันเป็นยังไงนั้นเชิญชวนติดตามได้ผ่านจั่วหัวหน้าหนึ่ง

กระนั้นหัวข้อหลักที่จะว่ากันไม่ใช่เรื่องเกมในสนาม ถ้าแต่เป็นนักเตะที่ย่ำแย่เข้าขั้นจุดสุดยอดในกลุ่มกังหันลม รวมถึงปีศาจร้ายแดงก็เช่นกัน

เมมฟิส เดอปาย ยังคงสวมเสื้อเบอร์ 7 ยูไนเต็ด–เขียนเตือนเอาไว้เผื่อบางคนหลงลืมกัน

"ในตอนซัมเมอร์ ผมลบเรื่องเก่าๆทิ้งไปแล้วด้วยปุ่ม Control-Alt-Delete”

ปีกดัตช์แมนนิยามขวบปีแรกในโรงแสดงละครที่ความฝันแบบกระชับๆแต่เหิมใจความยิ่งกว่าบทวิจารณ์ทั้งหลายเสียอีก

ฤดูกาลใหม่มาพร้อมวัตถุประสงค์ใหม่ ภายใต้นายจ้างคนใหม่ แต่กระนั้น เมมฟิส อาจจะเหลือเวลาชุบชีวิตตนเองในเสื้อยักษ์แดงถึงเพียงแค่ม.ค.ปีถัดไปเพียงแค่นั้น

ย้อนไปยังหน้าร้อน 2015 เดอปายย้ายมาเกาะอังกฤษในชื่อดาวซัลโว 28 ประตูให้กับพีเอสวี ไอนด์โฮเฟ่น ทว่าฉากจบซีซั่นเดียวกันกลับจบด้วยการถูก หฝ่าส์ ฟาน กีล หั่นชื่อพ้นกลุ่มชุดชิงชนะเลิศเอฟเอ คัพ

ฟาน กัล คนนี้คือคนๆเดียวกับที่กาลครั้งหนึ่ง เมมฟิส เคยยกให้เป็น "ผู้จัดการกลุ่มที่ยอดเยี่ยมในโลก"

คิดผิดคิดใหม่ไม่สายเกินไปนะไอ้หนุ่ม! (HAHA)

ให้หลังเถลิงถ้วยโบราณเพียงแค่ 48 ชั่วโมง ฟาน กัล โดนกระเด้งพ้นเก้าอี้สังเวยความไม่ประสบผลสำเร็จพลาดโควตายูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก พร้อมจุดประกายความมุ่งมาด เมมฟิส แก้ตัวใหม่ในถิ่นโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด

สตาร์วัย 22 ได้รับช่องทางจาก โชเซ่ มูรินโญ่ ผู้ยืนยันว่าต้องการร่วมงานด้วย และพร้อมช่วยคาดคั้นฟอร์มเก่งกลับมา

แต่อนิจจัง…ผ่าน 11 เกมทางการภายใต้บังเหียนที่ปรึกษาโปรตุกีส ปรากฏว่า เดอปาย เพิ่งลงสัมผัสพื้นสนามเพียงแค่ 95 นาที สตาร์ตตัวจริงเพียงแค่คราวเดียวเพียงแค่นั้นในถ้วยลีก คัพที่บุกเฉือนนอร์ทแธมป์ตัน ทาวน์

กระทบชิ่งโดยตรงต่อสถานภาพในกลุ่มชาติ ยังอุตส่าห์มีชื่อในชุดล่าสุดทว่าได้แค่นั่งสำรองดู ควินซี่่ โพรเมส (คนใดกันแน่วะ?) ดาวเตะสปาร์ตัก มอสโก วัย 24 และ วินเซนต์ ยานส์สังเวย หัวหอกสเปอร์ส พังตาข่ายแจ้งกำเนิดแซงหน้าไปไหนต่อไหนแล้ว

มาอีหรอบนี้อาจจะไม่ต้องสงสัยเลยว่า เมมฟิส ย่อมไม่แฮปปี้กับสถานภาพตนเอง ตามบทสัมภาษณ์เปิดใจสดๆร้อนๆเมื่ออาทิตย์ที่แล้วนี้เอง

"หน้าที่ตัวช่วยเหลือเป็นอะไรที่ไม่มีค่า ผมไม่ใช่นักเตะที่แฮปปี้ไปกับข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นในกลุ่มแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่นี่คือสมาพันธ์ในฝันของผม แต่ผมต้องการลงเล่นด้วย"

ภาพจำล่าสุดในกลุ่มชาติของ เมมฟิส เดอปาย คือการดีอกดีใจกับเพื่อนพ้องร่วมกลุ่มจากม้านั่งข้างสนาม

"มันเป็นเหตุการณ์ที่ทุกข์ยาก ผมพร้อมลงสานามแต่ยังจะต้องคอยโอกาสอยู่ข้างสนาม"

อย่างไรก็แล้วแต่ สมัยก่อนดาวดังพีเอสวีมีสิทธิ์เชื่อถือว่าช่องทางนั้นจะมาถึงเมื่อ มูรินโญ่ ยืนยันเองว่ายินดีช่วยเหลือตัวนักเตะ ถึงจนถึงไม่ยี่หระอะไรก็ตามในไลฟ์สไตล์หลงแสงสีเสียงที่ใครๆต่างตั้งแง่โจมตีเป็นต้นเหตุผลงานย่ำแย่ในสนาม

เกี่ยวกับเรื่องดังที่กล่าวมาแล้วข้างต้น เฮดโค้ชคนพิเศษมองไม่เห็นปัญหาอะไรก็ตามถึงแม้ว่าจะ เมมฟิส ถูกใจขับรถหรูก็ไม่ใช่ว่าเขาเสียสมาธิเรื่องเกมฟุตบอล

ประเด็นหลักนั้นเป็นปัญหาของกลุ่มโดยรวมเมื่อฤดูกาลที่แล้วจนกระทั่งมีผลโดยตรงต่อความเชื่อมั่นและมั่นใจต่างหาก

ที่สุดแล้ว มูรินโญ่ ยังมองเห็นคุณภาพดีงามบนความเป็นมืออาชีพในตัวของ เดอปาย และแน่ๆว่าเป็นส่วนหนึ่งในกลยุทธ์ทำทีม

แต่เอาเข้าจริงก็ยังคงไม่อาจจะไขว่คว้าช่องทางภายใต้ร่มบุญที่ปรึกษาเลือดฝอยทองคำ เช่นเดียวกับยุคของ ฟาน กัล

ภาพเดิมๆคอยตามหลอกกับฝีเท้าพรสวรรค์จัดว่ามีของ แต่ใช้ไร้สาระจนกระทั่งไม่ใช่เรื่องแปลกที่ตกตรวจรายชื่อชุดลงไปในสนามฟาดแชมป์เอฟเอ คัพ ยุค 12

กับช่องทางที่ มูรินโญ่ มอบไว้ให้ก็ไม่ได้ต่างอะไรกัน 30Fun88นาทีมในชื่อผู้เล่นสำรองพบเฟเยนูร์ด กลุ่มดังในบ้านกำเนิดหมดไปแบบไร้ประโยชน์

เมมฟิส มีส่วนร่วม 55 นาทีแรกที่สนามซิกซ์ฟิลด์ส สเตเดี้ยม บ้านของนอร์ทแธมป์ตัน ก่อนถูกถอดออกขณะสกอร์ 1-1 แล้วจบเกมด้วยชัยชนะ 3-1

เท่านั้นมันฟ้องในตัวบนผลสรุปผิดแผกในทางที่ดีเมื่อไมมีเขาอยู่ในกลุ่ม

ในความเป็นจริงแล้ว มูรินโญ่ ว่างแผนให้ เดอปาย มีส่วนร่วมในเกมยูโรปา ลีก รับมือซอรีย่า ลูกานส์ค เมื่อกลางอาทิตย์ก่อนนู่นด้วย ถ้าแต่ขัดข้องจึงควรส่ง แอชลี่ย์ ยัง ลงสำรองแทนเจ้าหนู ทิโมธี่ โฟซู-เมนซาห์ ซึ่งบาดเจ็บกระทันหัน

ทราบอย่างนั้นก็มิได้ช่วยทำให้อะไรดีมากยิ่งกว่าเดิมนัก ยังไงจอมเลื้อยเลือดกังหันก็เป็นเพียงแค่ตัวเลือกรองๆในแนวรุกปีศาจร้ายแดงอยู่วันยังค่ำ

เดอปาย ยังคงทุ่มเทฝึกหัดรักษาภาวะความฟิตให้พร้อมเสมอ อีกทั้งยังออกตัวใส่ลูกกระสุนปืนมาเต็มแม็กรอเวลาออกซอง

กระนั้นเมื่อโปรแกรมแข่งขันผ่านไปเรื่อยๆแล้วไม่มีเรื่องราวอะไรก็ตามรุดหน้าไปกว่าเดิม ความรู้สึกไม่พอใจย่อมก่อตัวทั้งกับนักเตะเอง และสมาพันธ์สังกัดเดิม

เหนือสิ่งอื่นใดยังมีพ่อค้าหน้าแข้งอีกหลายรายที่กินค่าจ้างสมาพันธ์เยอะๆๆเพียงแค่เพื่อนั่งจับเจ่าอยู่บนม้านั่งสำรอง หรือจนถึงบนอรรธจันทร์อย่าง บาสเตียน ชไวน์สไตเกอรื มิดฟิลด์จอมเก๋าผู้โดนเททิ้ง

พินิจความเป็นไปได้ ด้วยอายุการใช้งานอีกยาวไกล ฝีเท้าเพียงพอมีแววพร่ำสอน จึงเป็นไปได้สูงทีเดียวที่ เดอปาย อาจจะถูกผองถ่ายเพื่อถอนทุนคืนในฉับพลันที่เปิดตลาดซื้อ-ขายนักเตะฤดูหนาว

เมื่อก่อนจะถึงจุดนั้นมั่นใจว่า มูรินโญ่ แอนด์โค จะยังคงทะนุถนอมแข่งขันสตาร์เบอร์ 7 ในสนามฝึกภายในความมุ่งมาดว่าทุกอย่างจะคลี่คลายไปในทางที่ดี

อย่างที่เกริ่นไว้ว่า เดอปาย มีความถนัดฝีเท้าพอใช้ เพียงจะต้องปรับทัศนคติและวิธีการเล่นให้เข้ากับเพื่อนพ้องร่วมกลุ่มล้อมรอบ

อายุอานามก็เพิ่ง 22 ยังมีเวลาอีกมากยิ่งกว่าจะขึ้นสู่จุดพีก เซฟร่างกายดีๆสามารถฟาดหน้าแข้งยาวๆร่วมทศวรรษ

แต่ถึงแม้ว่าจะเป็นหน้าแข้งวัยหนุ่มก็ไม่ใช่เวลามานิ่งนิ่งนอนใจ ไม่ว่างมาทดสอบให้โอกาสซ้ำแล้วซ้ำเล่าอีกต่อไป

สถานีต่อไปของเฮียหลา?

ถึงที่นาต่อนี้ไป ซลาตัน อิบราฮิโมวิช ยิงให้ แมนฯ ยูไนเต็ด ไปแล้วทั้งหมดทั้งปวง 26 ประตู จากการลงเล่นทั้งหมดทั้งปวง 41 นัดในทุกรายการ โดยแบ่งเป็นการถล่มตาข่ายในพรีเมียร์ลีก 15 ประตู
อืมมมมม…ทำลายตาข่ายเสียจนสิ้นซากขนาดนี้ นับว่าเยอะแยะสำหรับกองหน้าที่แก่ 35 ขวบเข้าให้แล้ว
ก่อนเปิดฤดูกาล ดาวยิงวัยชราผู้นี้ถูกดูหมิ่นจากนักวิจารณ์ลูกหนังระดับโปรไลเซ่นว่าจะเจอกับความยากแค้นที่สุดในอาชีพกิจการค้าลำแข้ง เนื่องจากว่าตรงนี้เป็นพรีเมียร์ลีก – สมรภูมิลำแข้งที่มีทั้งความรวดเร็วแล้วก็หนักหน่วงบนอัตราความฮาร์ดคอร์เยอะที่สุดในเมืองมนุษย์
ในเวลานี้ใครก็ตามที่เคยกล่าวหาเขาเอาไว้ดูเหมือนกับว่าโดนสตั๊ดของ "อิบรา" ยัดปากไปเป็นที่เป็นระเบียบเรียบร้อย
ต่อนี้ไปลองคิดเล่นๆ(ย้ำว่าคิดเล่นๆครับผม) โดยเอาผลที่ได้รับจากการแข่งขันที่เกิดขึ้นแล้วของ แมนฯ ยูไนเต็ด ในฤดูกาลนี้ที่ ซลาตัน อิบราฮิโมวิช ทำประตูหลักๆมาหักจำนวนประตูที่เขายิงได้ในแมตช์นั้นออกไป
ทำนองว่าถ้าเกิด ซลาตัน อิบราฮิโมวิช ไม่ยิงประตูสำคัญในเกมที่เขายิงได้ ผลที่ได้รับจากการแข่งขันของ แมนฯ ยูไนเต็ด จะออกมาเป็นอย่างไรนับเฉพาะในพรีเมียร์ลีกเสมอ เซาธ์แฮมป์ตัน 0-0 (ยิง 2 ประตู แมนฯ ยูไนเต็ด ชนะ 2-0) เสมอ สวอนซี 1-1 (ยิง 2 ประตู แมนฯ ยูไนเต็ด ชนะ 3-1) แพ้ เอฟเวอร์ตัน 0-1 (ยิง 1 ประตู เสมอ 1-1) เสมอ คริสตัล พาเลซ 1-1 (ยิง 1 ประตู แมนฯ ยูไนเต็ด ชนะ 2-1) เสมอ เวสต์บรอมฯ 0-0 (ยิง 2 ประตู แมนฯ ยูไนเต็ด ชนะ 2-0) แพ้ ลิเวอร์พูล 0-1 (ยิง 1 ประตู เสมอ 1-1)
มองเห็นไหมครับผมว่าถ้าเกิดพี่แกไม่ยิงหรือยิงไม่ได้ คะแนนของกลุ่มสีแดงที่แมนเชสเตอร์จะหายวับไปกับตาถึง 10 แต้มเลยทีเดียว!
ส่วนนัดชิง อีเอฟแอล คัพ ที่อดีตดาวยิงกลุ่มชาติประเทศสวีเดนทำผู้เดียว 2 ดอก แม้กระนั้นแม้พี่แกยิงไม่ได้ แมนฯ ยูไนเต้ด ก็จะแพ้ เซาธ์แฮมป์ตัน ด้วยสกอร์ 1-2 แล้วก็ชวดแชมป์ไปเลยนี่เป็นความสำคัญของ ซลาตัน อิบราฮิโมวิช
เขาเป็นผู้เล่นประเภทห้ามป่วยไข้ ห้ามพัก แล้วก็ห้ามถูกลักพาตัวไปไหนเด็ดขาด เนื่องจากว่าเวลาหายไป ไม่ได้ลงสนาม "เด็กผี" จะนึกถึงพี่แกอย่างต้องหนัก เฉพาะอย่างยิ่งแม้ แมนฯ ยูไนเต็ด ไม่ชนะด้วยล่ะก็ อัตราความคิดถึงจะพุ่งทะยานถึงขั้นล้นจุดแตก ยกตัวอย่างเกมที่แพ้ เชลซี ในศึก เอฟเอ คัพ นัดยังไงอย่างไรก็ตาม จุดนี้นับว่าเป็นดาบสองคม เนื่องจากว่าการผูกขาดทำประตูให้ แมนฯ ยูไนเต็ด อยู่เกือบจะคนเดียวบางทีอาจไม่ใช่เรื่องที่ดีสักเท่าไหร่
นับเฉพาะในพรีเมียร์ลีก "อิบรา" ซ้ำๆได้สูงสุดเป็น 15 ประตู รองลงมาเป็น ฆวน มาต้า 6 ประตู, ปอล ป๊อกบา 4 ประตู, เฮนริค มคิทาร์ยาน, อ็องโตนี่ มาร์กสิยาล แล้วก็มาร์คัส แรชฟอร์ด 3 ประตู ช่วงเวลาที่ เวย์น รูนี่ย์ เพิ่งจะยิงได้เพียงแค่ 2 ประตูเท่านั้นเองดูเหมือนกับว่า โชเซ่ มูรินโญ่ จะเกรงอกเกรงใจดาวเตะผู้นี้มากมายเสียด้วยครับผม
เป็นถ้าเกิดไม่เจ็บ-ไม่แบน เขาจะได้ลงเล่นเป็นตัวจริงโดยอัตโนมัต เว้นเสียแต่บางเกมที่ผู้เป็นนายใหญ่อยากได้ให้พักน่องหรืออยากได้จัดผู้เล่นชุดสองลงสนามบ้างที่สำคัญเป็นถ้าเกิดได้ลงตัวจริงแล้ว ไม่เคยถูกเปลี่ยนตัวออกอีกต่างหาก
ต่อให้เล่นไม่ดี-ทำฟอร์มตก หรือทำตัวไม่มีประโยชน์ เจ้าของสมญา "เดอะ สเปเชี่ยล วัน" จะไม่มีทางเปลี่ยนตัวเขาออกจากสนาม ราวกับกลัวโดนกระทืบ!
เกมที่ แมนฯ ยูไนเต็ด ทำเป็นเพียงแค่เสมอกับ บอร์นมัธ 0-0 ในบ้านตัวเอง ดาวเตะที่เพื่อนพ้องร่วมกลุ่มเรียกสั้นๆว่า "เฮียหลา" โชว์ฟอร์มได้แย่สิ้นดีครับผม ขนาดสังหารจุดลูกโทษยังโดนเซฟเลย ราษฎรก็มองเห็นกันทั้งบางว่าเล่นไม่ได้เรื่อง แม้กระนั้น "มูมู่" กลับปลดปล่อยให้คุณพี่เขาทำตัวไร้ประโยชน์บนฟลอร์ต้นหญ้าจนครบ 90 นาที โดยเลือกถอดคนอื่นๆออกแทนซะแบบงั้น
รู้เรื่องว่าทั้งสองคงจะทำข้อตกลงกันเอาไว้ หรือไม่ก็เนื่องจากว่าความเกรงอกเกรงใจ แม้คำว่า "เกรงอกเกรงใจ" จะไม่บรรจุอยู่ในพจนานุกรมภาษาอังกฤษแล้วก็พจนานุกรมส่วนตัวของ โชเซ่ มูรินโญ่ ก็ตาม
เป็นได้ที่ภายหลังหมดสัญญากับ เปแอสเช "อิบรา" บางทีอาจไม่ได้คิดอยากจะขายวิญญาณให้ปีศาจแดงตั้งแต่ตอนแรก แม้กระนั้นเป็นเนื่องจากว่าถูกเจ้านายเก่าอย่าง โชเซ่ มูรินโญ่ ขอร้อง หรือบางทีอาจเคยมีบุญคุณกันมาก่อน เจ้าตัวเลยยอมเลื้อยก้นมาอยู่ร่วมกันที่โรงแสดงละครที่ความฝัน
นั่นบางทีอาจเป็นเหตุผลที่พูดว่าเพราะเหตุใด กุนซือวัย 54 กะรัตถึงเกรงอกเกรงใจผู้ร่วมทีมคนนี้เป็นพิเศษ โดยส่งลงเป็นตัวจริงทุกนัด แถมไม่เคยถูกเปลี่ยนตัวออก เพื่อเป็นการตอบแทนถ้าเกิดเป็นลูกก็นับว่าเป็นลูกคนโปรดที่ถูกตามใจจนติดเป็นนิสัยเลยทีเดียว
ซลาตัน อิบราฮิโมวิช จึงไม่ได้มีความแตกต่างจาก "สิทธิพิเศษชน" ในกลุ่มปีศาจสามแง่ง ซึ่งนับว่าผิดหลักการปกครองอย่างรุนแรง ด้วยเหตุว่าบางทีอาจก่อเรื่องการรู้สึกอกน้อยใจขึ้นในกลุ่ม
ทั้งๆที่อันที่จริงแล้ว โชเซ่ มูรินโญ่ เป็นผู้จัดการกลุ่มที่มีความเด็ดขาดมากมายครับผม เขาไม่มีทางปลดปล่อยให้ผู้ร่วมทีมยิ่งใหญ่กว่าตัวเองอย่างไม่ต้องสงสัย ไม่ว่าดาวเตะคนนั้นจะยิ่งใหญ่มาจากไหนก็ตาม
กาลครั้งหนึ่งสมัยเป็นกุนซือของ เชลซี – เจ้าของกลุ่มอย่าง "อาเสี่ยหมี" อุตส่าห์ยัดเยียดสุดยอดดาวยิงค่าจ้าง 30 ล้านปอนด์อย่าง อังเดร เชฟเชนโก้ มาให้ โดยมีข้อต่อรองว่าจะต้องส่งลงสนาม แม้กระนั้น "เชว่า" กลับงัดฟอร์มกระฉูดแตกออกมาไม่สำเร็จจนเปลี่ยนเป็นน้ำผึ้งหยดเดียวได้ขนาดเป็นเหตุให้ผู้จัดการกลุ่มกับเจ้าของกลุ่มจะต้องแตกหักกัน
ดาวกระหน่ำตาข่ายของสิงห์บลูส์อย่าง ดิเอโก้ คอสต้า หรือขาใหญ่ของ เชลซี อย่าง จอห์น เทอร์ปรี่ ก็เช่นเดียวกันที่ไม่เคยได้รับสิทธิพิเศษพิเศษจาก โชเซ่ มูรินโญ่ ท้ายที่สุดตัวเองเลยโดนผู้ร่วมทีมหักหลังจนโดนถีบกระเด็นตกเก้าอี้ผู้จัดการกลุ่มมาแล้ว
แล้วก็โดยไม่เว้นแม้แต่ผู้ร่วมทีมในขณะนี้อย่าง ฆวน มาต้า ที่เคยถูกลอยแพออกมาจาก สแตมฟอร์ด บริดจ์ แม้จะมาหายใจด้วยกันอีกทีในชุดแต่งกายปีศาจแดงแล้วก็ที่นาต่อนี้ไป แม้กระนั้นแม้พิจารณาให้ดี คุณจะพบว่า "เดอะ สเปเชี่ยล ฆวน" เป็นผู้เล่นคนแรกที่มักจะถูก "เดอะ สเปเชี่ยล วัน" เปลี่ยนตัวออกเป็นคนแรกอยู่เสมอ
จึงพอเพียงจะสรุปได้ว่า "มูมู่" ไม่เคยก้มตัวให้ผู้ร่วมทีมใคร เว้นเสียแต่ "พี่หลา" เพียงคนเดียวที่จัดอยู่ในประเภท "ห้ามแตะต้อง" เป็นกรณีพิเศษ
ผมรู้เรื่อง โชเซ่ มูรินโญ่ ครับผม รู้เรื่องว่าเฮียแกคงมีบางสิ่งบางอย่างที่ลึกซึ้งแบบสุดหูรูดกับ "อิบรา" โดยที่ราษฎรทั่วไปไม่รู้ หรือบางครั้งมันบางทีอาจเป็นข้อตกลงพิเศษที่กำหนดเอาไว้ในคำสัญญาที่ทำไว้กับ แมนฯ ยูไนเต็ด ก็เป็นได้ มันบางทีอาจเป็น "ข้อตกลง" ที่ทำให้ดาวเตะผู้นี้ยอมขายวิญญาณให้ปีศาจแดงอะไรโดยประมาณนั้น
สิ่งที่เป็นปัญหานั้นก็คือไม่ใช่ทุกนัดที่ ซลาตัน อิบราฮิโมวิช บนวัย 35 ขวบจะระเบิดฟอร์มสุดยอดพลางกระทุ้งตาข่ายได้ตลอด
บ่อยที่เขาหวงบอลมากจนเกินความจำเป็น บ่อยที่เขาทำเรื่องง่ายให้เกิดเรื่องยาก แล้วก็บ่อยที่ออกอาการหงุดหงิด หรือชักสีหน้าใส่เพื่อนพ้องร่วมกลุ่มที่ดันเล่นผิดจิตใจ
เหมือนกับบางนัดที่สมต้องเป็นตัวสำรองบ้าง หรือถูกเปลี่ยนตัวออกบ้างก็ได้ ไม่ใช่ตะบี้ตะบันใช้งานโดยตลอดตลอด 90 นาทีในทุกๆนัด
ถึงในเวลานี้ "อิบรา" ยังไม่ได้ต่อสัญญาใหม่กับ แมนฯ ยูไนเต็ด ครับผม แถมฤดูกาลหน้าอายุเขาจะมากขึ้นอีก 1 ปี ซึ่งสำหรับกองหน้าวัย 36 ขวบ เช่นไรสภาพร่างกายก็จะต้องเสื่อมถอยลงไปตามธรรมชาติ จึงไม่มีทางรักษามาตรฐาน หรือเล่นดีมากยิ่งกว่าเดิมอย่างไม่ต้องสงสัยเท่านั้นยังไม่พอ
มันยังทายใจได้ไม่ยากว่าฤดูกาลหน้าเช่นไร แมนฯ ยูไนเต็ด ก็ต้องหากองหน้าดาวกระหน่ำประตูตัวใหม่ที่สดกว่ามาเสริมกองทัพแน่ๆ
แม้อยากยืดคำสัญญาออกไปอีก 1 ปี บางครั้ง "เฮียหลา" บางทีอาจจะต้องเห็นด้วยเรื่องจริงข้อนี้ เหมือนกับยอมรับสภาพการใช้ชีวิตบนม้านั่งสำรองเป็นที่สองรองจากคนอื่นๆปัญหาเป็น ซลาตัน อิบราฮิโมวิช ในวันที่แก่ 36 จะยอมรับสภาพการเป็นตัวสำรองได้หรือเปล่า? ผมตอบให้ก็ได้ครับผมว่า…ไม่มีทาง ดาวเตะที่หยิ่งยโสแล้วก็โอหังอย่าง "อิบรา" ไม่มีทางยอมเป็นที่สองรองใครกันแน่ – มันจึงคงเหลืออยู่เพียงแค่ 2 ช่องทางแค่นั้น